Know
the Asset
พระธาตุนารายณ์เจงเวงเป็นปราสาทขอมขนาดเล็ก ก่อด้วยหินทรายทั้งองค์ ตั้งบนฐานศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3 x 7 เมตร ถือเป็นเทวสถานที่มีรูปทรงสมบูรณ์ที่สุดแห่งเดียวของสกลนคร เรือนธาตุหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ภายในเป็นห้องครรภคฤหะขนาดราว 4 x 4 เมตร ปูพื้นหินทรายเว้าช่องกลางให้น้ำมนต์ไหลออกสู่รางโสมสูตรรูปเศียรมกรด้านทิศเหนือ มีมุขขนาด 2.5 x 3 เมตรยื่นเป็นประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ด้านอื่นเป็นประตูหลอก องค์ปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม หลังคาก่อเป็นชั้นจำลองอาคารลดหลั่น 4 ชั้น ยอดบัวกลุ่มหักหายไปบางส่วน มีทับหลังและหน้าบันครบเกือบทุกด้าน ส่วนใหญ่สลักภาพเทพเจ้าฮินดู ได้แก่ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระกฤษณะปราบสิงห์ ศิวะนาฏราช ขบวนแห่คนนั่งบนหลังช้าง พระกฤษณะปราบนาคกาลิยะ และวิษณุอนันตศายินปัทมนาภิณหรือนารายณ์บรรทมสินธุ์ หลักฐานแสดงอิทธิพลศิลปะแบบบาปวนตอนปลายต่อนครวัดตอนต้น จึงสันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ปัจจุบันอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
Hidden Values
สะท้อนศักยภาพที่แท้จริง
- ปราสาทหินทรายทรงปรางค์บนฐานศิลาแลง สลักลวดลายและภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ศิลปะขอมพุทธศตวรรษที่ 16-17
- ปราสาทหินทรายบนฐานศิลาแลง 3 x 7 เมตร ห้องครรภคฤหะ 4 x 4 เมตร มุข 2.5 x 3 เมตร ประตูหลอกสามด้าน ปรางค์ย่อมุมหลังคาลดหลั่น 4 ชั้น
- รางโสมสูตรรูปเศียรมกรด้านทิศเหนือ รับน้ำมนต์จากช่องกลางพื้นหินทรายในห้องครรภคฤหะ
- ทับหลังและหน้าบันสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระกฤษณะปราบสิงห์ ศิวะนาฏราช พระกฤษณะปราบนาคกาลิยะ และนารายณ์บรรทมสินธุ์
- ตำนานอุรังคธาตุ "อุโมงค์อิตถีมายา" การแข่งก่อธาตุระหว่างฝ่ายหญิงกับฝ่ายชายเพื่อรับพระอุรังคธาตุ
- ตำนานอุรังคธาตุว่าพญาสุวรรณภิงคารให้ชาวเมืองแข่งก่ออุโมงค์ในคืนเดียว ฝ่ายหญิงใช้อุบายจนชนะ พระมหากัสสปจึงมอบพระอังคารให้ประดิษฐาน
- คนเฒ่าคนแก่เรียกสถานที่นี้ว่า อุโมงค์อิตถีมายา ส่วนชื่อธาตุนารายณ์มาจากเรื่องเล่าการสร้างในตำนานอุรังคธาตุ
- การกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปะบาปวนตอนปลายต่อนครวัดตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17
Related Assets
เชื่อมโยงกัน