Know
the Asset
- พระอุโบสถหลังเก่าขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร
- เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร พ.ศ.2506
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลพระธาตุเชิงชุม (บางแหล่งระบุเป็นตำบลธาตุเชิงชุม) อำเภอเมืองสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร และเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2300 เดิมชื่อวัดพระธาตุศาสดาราม ชาวบ้านเรียกวัดพระธาตุหรือวัดธาตุ เปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2496 ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2506 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร พื้นที่ตั้งวัดราว 18 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา ด้านทิศตะวันออกจดที่สาธารณะเขตหนองหาร คำว่า เชิงชุม หมายถึงการมีรอยเท้ามาชุมนุมกัน คือรอยพระพุทธบาท 4 รอยของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ โดยเชื่อกันว่าพญาสุวรรณนาครักษาแผ่นหินรอยพระบาทไว้ใต้บาดาลเพื่อรอพระศรีอาริยเมตไตรยมาประทับรอยเป็นองค์สุดท้าย องค์พระธาตุที่เห็นในปัจจุบันเป็นสถูปก่ออิฐถือปูน ฐานสี่เหลี่ยม ส่วนบนทรงบัวเหลี่ยมสูงราว 25 เมตรเศษ ไม่มีลวดลายประดับ รูปแบบได้รับอิทธิพลจากพระธาตุพนม สร้างครอบสถูปศิลาแลงองค์เดิมซึ่งภายในทึบและมีซุ้มประตูหลอกแบบศิลปะขอม ภายในองค์พระธาตุจึงมีลักษณะคล้ายถ้ำและประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ มองเห็นปากทางเข้าได้จากในพระวิหาร ที่กรอบประตูทางเข้าอุโมงค์มีศิลาจารึกภาษาเขมรอักษรขอมโบราณราวพุทธศตวรรษที่ 17 กล่าวถึงการแบ่งเขตปกครองที่ดินแก่หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าทาส และสิ่งของ ภายในพระวิหารประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน สูงจากฐานถึงยอดพระเมาลี 3.20 เมตร หน้าตักกว้าง 2.00 เมตร ตั้งบนฐานสูง 1.35 เมตร เดิมเรียกว่าพระสุวรรณแสนตามคำเล่าว่าสร้างด้วยทองคำหนักแสนหนึ่ง กรมศิลปากรบูรณะและจดบันทึกไว้ล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2505 นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อพระองค์แสนจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองพุทธชยันตี พระอุโบสถหลังเก่ามีลักษณะเป็นสิมแบบโถง โครงไม้ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงแป้นเกล็ด หันหน้าไปทางทิศใต้ ภายในมีจิตรกรรมภาพเถาไม้เลื้อยโดยรอบ หน้าบันเขียนรูปเทพบุตรเทพธิดา ดาวประจำยาม และมังกร กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ปีสร้างสิมหลังนี้มีบันทึกไว้ต่างกันสองชุด ชุดหนึ่งระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 ครั้งพระธานีเป็นเจ้าเมือง อีกชุดหนึ่งระบุปีสร้างเป็น พ.ศ. 2463 ยอดฉัตรขององค์พระธาตุเคยถูกฟ้าผ่าหลายครั้งเพราะสมัยก่อนไม่มีสายล่อฟ้า จึงมีการบูรณะสืบเนื่องเรื่อยมา ปัจจุบันมีพระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร องค์พระธาตุเชิงชุมยังเป็นรูปกลางดวงตราประจำจังหวัดและเป็นวรรคแรกของคำขวัญจังหวัดว่า พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง
Hidden Values
สะท้อนศักยภาพที่แท้จริง
- ห้อง/อุโมงค์ใต้ฐานพระธาตุเชิงชุม ร่องรอยปราสาทขอมเดิมก่อนถูกครอบด้วยเจดีย์
- สถูปทรงบัวเหลี่ยมก่ออิฐถือปูนสร้างครอบปราสาทศิลาแลงขอมองค์เดิม พร้อมพระอุโบสถหลังเก่าแบบสิมโถง
- เจดีย์ทรงศิลปะล้านช้าง สูงราว 24 ม. ครอบสถูปหินคล้ายปราสาทที่มีจารึกกรอบประตู ราวพุทธศตวรรษที่ 17–18
- ปราสาทขอมแกนในองค์พระธาตุเชิงชุม มีประตูหลอก ก่อนถูกครอบเป็นเจดีย์ยอดบัวเหลี่ยม
- สิมหลังคาทรงจั่วมุงแป้นเกล็ด ประดับหางหงส์ เชิงชายลายฟันปลา หน้าต่างทรงวงโค้ง ฐานบัวคว่ำบัวหงาย
- รูปแบบองค์พระธาตุรับอิทธิพลจากพระธาตุพนม ฐานสี่เหลี่ยมก่อเป็นซุ้มประตูยอดทรงปราสาททั้งสี่ด้าน ภายในทึบก่อด้วยศิลาแลง
- อุโบสถ (สิม) โบราณวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร สิมญวนในวัดคู่เมืองสกลนคร
- ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง เป็นดวงตราและคำขวัญประจำจังหวัดสกลนคร "พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน"
- เขตวัดราว 18 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา ทิศตะวันออกจดที่สาธารณะเขตหนองหาร ทิศใต้จดถนนเจริญเมือง ทิศตะวันตกจดถนนเรืองสวัสดิ์
- เสนาสนะตามปีสร้าง: หอสมุดประชาชน พ.ศ. 2487 พระวิหาร พ.ศ. 2498 พระอุโบสถ พ.ศ. 2513 ศาลาเอนกประสงค์ พ.ศ. 2524 พร้อมกุฏิสงฆ์ 11 หลัง
- โรงเรียนพระปริยัติธรรม หอระฆัง และศาลารายรอบพระวิหาร พระอุโบสถ และองค์พระธาตุเชิงชุม
- หลวงพ่อพระองค์แสนจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองพุทธชยันตี ประดิษฐานคู่กับองค์เดิมในเขตวัด
- ก้อนข้าวใหญ่ หินทรายทรงกลม สัญลักษณ์ตำนานความอุดมสมบูรณ์
- การซ้อนทับอารยธรรมขอมกับพุทธศาสนาล้านช้างในศาสนสถานเดียว หนึ่งในปราสาทขอมสกลนคร
- ศิลาจารึกอักษรขอมพุทธศตวรรษที่ 16 กรอบประตูตะวันออก เรื่องแบ่งที่ดิน/การปกครอง
- สิมสร้าง พ.ศ. 2463 โดยขุนอร่ามรัษฎากรและขุนสมบัติไพศาล บูรณะช่วงกาญจนาภิเษก พ.ศ. 2539 จิตรกรรมหน้าบัน–ผนังลายพรรณพฤกษา
- ตำนานอุรังคธาตุ: ที่ประชุมรอยพระบาทของอดีตพระพุทธเจ้า อันเป็นที่มาของชื่อ เชิงชุม
- จารึกภาษาเขมรอักษรขอมโบราณราวพุทธศตวรรษที่ 17 กล่าวถึงการแบ่งเขตการปกครองที่ดิน ข้าทาส และสิ่งของ
- ศิลาจารึกอักษรขอมโบราณราวพุทธศตวรรษที่ 17 ที่ซุ้มประตูอุโมงค์ และความเชื่อรอยพระพุทธบาท 4 พระองค์
- ความเชื่อว่าพญาสุวรรณนาครักษาแผ่นหินรอยพระพุทธบาทไว้ใต้บาดาล เพื่อรอพระศรีอาริยเมตไตรยมาประทับรอยเป็นองค์สุดท้าย
- หลวงพ่อพระองค์แสนเดิมเรียกพระสุวรรณแสน ตามคำเล่าว่าสร้างด้วยทองคำหนักแสนหนึ่ง กรมศิลปากรบูรณะและบันทึกล่าสุด พ.ศ. 2505
- ลำดับสถานะของวัด: วัดพระธาตุศาสดาราม เปลี่ยนชื่อ พ.ศ. 2496 และยกเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เมื่อ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2506
- ยอดฉัตรองค์พระธาตุเคยถูกฟ้าผ่าหลายครั้งเพราะไม่มีสายล่อฟ้า จึงเกิดการบูรณะองค์พระธาตุสืบเนื่องมาโดยตลอด
- พระเทพสิทธิโสภณ (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) เจ้าอาวาสผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสกลนครควบคู่กัน
Related Assets
เชื่อมโยงกัน